Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

 

 

FPB150

BALANCED POWER AMLIFIER NON USE IC 

กำลังขับต่อเนื่อง 75W/CH CLASS AB/A

 

 


เครื่องสำเร็จพร้อมฟัง ราคา        8,000 บาท
ชุึดประกอบไม่ลงกล่อง ราคา     6,000 บาท

 

คุณเคยฟังเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์ (XLR) เทียบกับเพาเวอร์แอมป์แบบอันบาลานซ์ (RCA) หรือไม่ ถ้าคำตอบคือ เคยฟังมาแล้ว คุณรู้สึกถึงพละกำลังที่มั่นคงและความสามารถในการควบคุมลำโพงได้ทุกประเภทที่ทรงประสิทธิภาพเหนือกว่า เพาเวอร์แอมป์แบบอันบาลานซ์หรือเพาเวอร์แอมป์ไอซี์ทั่วไปหรือไม่ และท่านเคยสังเกตบ้างไหมว่าเพาเวอร์แอมป์แบบ บาลานซ์ที่ท่านเคยฟังมานั้น เป็นบาลานซ์ทรานซิสเตอร์แท้ๆ หรือไอซีบาลานซ์ราคาประหยัด สิ่งนี้มิใช่คำถามแต่เป็นบรรทัดฐาน ใหม่ที่ท่านจำเป็นที่จะต้องทราบหากท่านกำลังจะเป็นนัก DIY ที่ไม่ยึดติดกับความคิดที่ถูกเสกสรรค์ปั้นแต่งโดยความ......ของ ผู้ประกอบการที่ฉกฉวยรายได้จากความเข้าใจผิดของท่าน

วงจรทั้งหมดประยุกต์มาจากปริญญานิพนธ์ ของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคล เทคนิคกรุงเทพฯ ว่าด้วยเรื่องการประยุกต์และพัฒนาซอฟท์แวร์ในการออกแบบเครื่องเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ ในหัวข้อ “โครงการ เครื่องขยาย เสียงแบบบาลานซ์ปราศจากไอซี” และได้ถูกลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Computer Electronics World ฉบับที่ 180 และ 182 นับว่าเป็น มิติใหม่ของการศึกษารูปแบบของเครื่องขยายเสียง ที่ตอบรับกับการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีทางด้านคอม พิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน


            จากการเก็บเกี่ยวประสปการณ์ในการซ่อมและออกแบบเครื่องเสียงของทีมงาน AHT จึงได้คิดค้นและพัฒนาเพาเวอร์ ์แอมป์แบบบาลานซ์ ที่ปราศจากไอซี กำลังขับข้างละ 75 วัตต์ อาร์เอ็มเอส ที่โหลด 8 โอห์ม และ 150 วัตต์ ที่โหลด 4 โอห์ม  

75 วัตต์เพียงพอหรือไม่ที่จะขับลำโพงได้ทุกประเภท คำตอบคือการออกแบบวงจรที่ดี ด้วยวัตต์เพียง 30 วัตต์ ก็เพียงพอแล้วที่จะขับลำโพงตั้งพื้นความไวต่ำๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะฉนั้น 75 วัตต์ไม่ถือว่ามากหรือน้อยเกินไป และด้วยการ ออกแบบวงจรให้เป็นแบบบาลานซ์ตลอดเวลาจึงทำให้เพาเวอร์แอมป์ตัวนี้ดูจะมีกำลังขับต่อเนื่องที่ทรงประสิทธิภาพกว่าเพาเวอร์
์แอมป์อันบาลานซ์ทั่วไป


   
         โครงงาน โมดูลเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์ปราศจากไอซี 75วัตต์ / ข้าง อ้างอิงเนื้อความเดิมจากหนังสือ CEW เล่มที่ 180 (สำหรับท่านที่ยังไม่มีสามารถสั่งซื้อจาก CEW MEDIA ได้) การออกแบบเพาเวอร์แอมป์บาลานซ์แบบไม่ใช้ไอซีโดยใช้ โปรแกรม Circuit Maker 2000 ช่วยในการคำนวณค่ากระแส แรงดัน และการจัดรูปแบบวงจรที่เหมาะสมให้กับผู้เขียน ได้มีกระแส ตอบรับที่ดีกลับมาอย่างมากมาย ว่าให้สร้างคอนเซ็ปต์ดังกล่าวในรูปแบบโครงงานขึ้นมา ผู้เขียนจึงได้ค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อให้เกิด โครงงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดภายใต้ เงื่อนไขของความเป็นไปได้ 4 ประการ คือ         

 

1.ง่ายต่อการประกอบและทดลอง

2.ต้นทุนราคาไม่สูง

3.สามารถดัดแปลงใช้งานได้หลายหลาก

4.คุณภาพทัดเทียมสินค้านำเข้า

 

เงื่อนไขของความเป็นไปได้ในข้อที่ 1 ทำให้ผู้เขียนต้องออกแบบวงจรภาคดาร์ลิงตัน, เพาเวอร์เอาต์พุต และ ออกแบบแผ่นปริ๊นท์ใหม่ นิยามในการออกแบบเพื่อเข้าสู่วิถีแห่ง Engineer Audiophile เริ่มตั้งแต่ (ดูจากรูป)

 

 

รูปที่ 1 แสดงวงจรที่ได้ทำการออกแบบใหม่

 

              

 

รูปที่ 2 แสดงแผ่นปริ๊นท์วงจรและภาคจ่ายไฟที่ได้ทำการออกแบบใหม่ (ย่อเหลือ 20%จากขนาดจริง)
 

ภาคดูอัลดิฟเฟอเรนเชี่ยลอินพุตที่หยิบยืมมาจาก McIntosh ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ แบบตัวคู่เบอร์ 2SA1240 และ 2SC3067 ผนวกกับวงจรขับกระแสคงที่ ที่หยิบยืมมาจาก AMC หากสังเกตภาคอินพุต จะเห็นได้ว่ามีการยกระดับของกราวนด์ ให้สูงขึ้นมา ด้วยตัวต้านทาน R4 ค่า 2.2 โอห์ม การยกระดับกราวนด์ด้านอินพุตขึ้นมานี้ก็เพื่อที่จะมิให้ความแรงของกระแสเอาต์พุตที่ขับออก สู่ลำโพงมารบกวนการทำงานของกราวนด์ภาคอินพุต เทคนิคนี้มักจะใส่ไว้เงียบๆ ในเพาเวอร์แอมป์ชั้นนำฝั่งยุโรป ภาคโวลเตจ ไดรเวอร์ยังคงรูปแบบเดิมที่ได้ออกแบบไว้ ส่วนภาคเพาเวอร์เอาต์พุตได้มีการดัดแปลงเล็กน้อยเกี่ยวกับคู่ทรานซิสเตอร์ Q16, Q17  คือ เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ทรานซิสเตอร์ของบริษัท โตชิบา เบอร์ 2SC1943 และ 2SA5200 มาเป็นทรานซิสเตอร์ของบริษัทโมโตโรล่า เบอร์ MJ15024 และ MJ15025 ที่สามารถทนกระแสชั่วขณะและกระแสต่อเนื่อง ได้ดีกว่า และเมื่อเราเปลี่ยนทรานซิสเตอร์ ์ภาคเพาเวอร์เอาต์พุตแล้ว ทรานซิสเตอร์ที่จะนำมาขับทรานซิสเตอร์คู่เพาเวอร์เอาต์พุตได้ดีที่สุดก็จะต้องถูกเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งจากเดิมใช้คู่ทรานซิสเตอร์ Q14, Q15 ของโมโตโรล่า เบอร์ 2N3440 และ 2N5415 ถูกเปลี่ยนเป็น MJE15030 และ MJE15031 ซึ่งความลงตัวของทั้ง 2 ภาคนี้หยิบยืมมาจาก เพาเวอร์แอมป์คลาสส์เอ 100 วัตต์ ยี่ห้อ Audire Parlando ความลงตัวของเพาเวอร์ ์แอมป์มิได้อยู่แค่ทดลองทำงาน แล้วเครื่องไม่เสีย แต่ความลงตัวอยู่ที่ เสียงดีเป็นที่ยอมรับได้ ผู้เขียนจึงไม่ลังเลที่จะเปลี่ยน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า

โมดูลเพาเวอร์แอมป์ชุดนี้ ผู้เขียนตั้งชื่อเล่นให้มันว่า IDEAL ซึ่งแปลว่าอุดมคติ อุดมคติในที่นี่หมายถึง การออกแบบ ออกแบบไว้ได้อย่างไร การปฏิบัติต้องได้ตามนั้น ดังนั้นอุดมคติแรกที่เป็นไปได้ก็คือ จากรูปที่ 3 สายไฟที่เดินทางมาจาก ฟิวส์ของแหล่งจ่ายไฟ +/- ต้องสั้นที่สุด แต่สำหรับโครงงานนี้ไม่มีสายไฟที่โยงมาจากฟิวส์เลย เพราะเราออกแบบให้ฟิวส์อยู่ติด กับทรานซิสเตอร์ภาคเอาต์พุตโดยตรง ข้อดีของการออกแบบให้ฟิวส์อยู่ติดกับทรานซิสเตอร์เอาต์พุต ก็เพื่อให้ฟิวส์สามารถหลอม ละลายได้ทันทีหากเกิดเหตุผิดปกติกับทรานซิสเตอร์เพาเวอร์ ผลลัพธ์ทางอ้อมที่ได้ก็คือ ผลการตอบสนองความถี่สูงดีขึ้นกว่าเดิม

 

 

รูปที่ 3 แสดงเทคนิคการยึดฟิวส์เข้ากับทรานซิสเตอร์, ฮี้ทซิงค์ที่ออกแบบมาพิเศษ,
การยึดทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุตด้วยซ็อคเก็ตชนิดพิเศษ

 

อุดมคติที่ 2 อยู่ในส่วนของฮี้ทซิงค์ระบายความร้อน ซึ่งโดยทั่วไปหากเลือกใช้ทรานซิสเตอร์เพาเวอร์แบบตัวถังจานบิน TO3 จะนิยมใช้อลูมิเนียมฉากยึดต่อเข้ากับฮี้ทซิงค์ แต่สำหรับโครงงานนี้ ฮี้ทซิงค์ที่นำมาใช้งานได้ถูกออกแบบไว้สำหรับทราน ซิสเตอร์แบบจานบิน  TO3 โดยเฉพาะ ดังนั้นคุณสมบัติด้านการระบายความร้อนอยู่ในระดับดีเยี่ยม

อุดมคติที่ 3 คือ ทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุตไม่มีการบัดกรี เพราะใช้ซ็อคเก็ตที่ออกแบบมาสำหรับ งานหนักในเพาเวอร์ ์แอมป์คลาสส์เอเท่านั้น กระแสไฟที่ไหลในภาคเพาเวอร์เอาต์พุตจะถูกใช้งานอย่างเต็มที่ โดยไม่มีตัวแปรของการบัดกรีจากตะกั่ว มาส่งผลให้เสียงด้อยคุณภาพลง ในขณะเดียวกันไฟ +/- 50Vจากเพาเวอร์ซัพพลายจะจะถูกส่งเข้าสู่เพาเวอร์ทรานซิสเตอร์ด้วย น็อตตัวผู้ ที่ถูกยึดถาวรอยู่บนแผ่นปริ๊นท์ นับว่าสะดวกต่อการใช้งานมาก
 

เงื่อนไขความเป็นไปได้ข้อที่ 2 ต้นทุนราคาไม่สูง นิยามของคำว่า “ราคาไม่สูง” มิใช่ว่าเป็นราคาท้องตลาดแบกะดิน แต่มีนัยยะว่า วัสดุต้องอยู่ในระดับออดิโอเกรด ที่เราๆ ท่านๆ หรือ น้องๆ นักศึกษา สามารถหาซื้อได้ด้วย ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ใน โครงงานสามารถสั่งซื้อที่ร้าน นัฐพงษ์ บ้านหม้อได้ หรือหากอยู่ต่างจังหวัดสามารถสั่งซื้อผ่านผู้เขียนได้จากที่อยู่และ Email ในหน้าหลังสุดของโครงงานนี้

*** แต่หากต้องการให้คุณภาพเสียงของวงจรอยู่ในระดับไฮเอนด์แล้วล่ะก็ หากเปลี่ยนตัวต้านทานเป็นDale, เปลี่ยนตัวเก็บประจุ แบบอิเล็กทรอไลท์เป็น Rubycon Blackgate ,เปลี่ยนแผ่นปริ๊นท์ให้เป็นแบบเทฟล่อน เพิ่มความหนาชั้นทองแดง ,เปลี่ยนตัวเก็บประจุฟิลเตอร์ให้เป็น Aerovox ผู้เขียนบอกได้เลยว่า งบประมาณ 10,000 บาท คงยั้งไว้ไม่อยู่เป็นแน่แท้ (ผู้เขียนเคยทดลองทำมาแล้ว)

หลักการสร้าง ไม่ยุ่งยากเพราะในแผ่นปริ๊นท์ จากรูปที่ 4 บอกตำแหน่งการลงอุปกรณ์ไว้ครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตัวต้าน ทาน ตัวเก็บประจุ ไดโอด และทรานซิสเตอร์ การลงอุปกรณ์เพียงทำตามตัวอย่าง เช่นทรานซิสเตอร์ให้ลงขาตามทิศทางตัวอักษร ที่อ่านได้ หรือ ลงขาตามรุปที่สกรีนไว้บนแผ่นปริ๊นท์ ท่านใดที่ไม่เคยบัดกรีวงจรเครื่องขยายเสียงมาก่อนก็สามารถทำตามได้ ไม่ยากเย็นอย่างที่คิด เพียงอ่านค่าให้ถูกต้อง และบัดกรีให้แข็งแรง (ไม่ต้องพอกตะกั่วมากเกินไป) เท่านี้ความสำเร็จก็เดินทาง มากว่าครึ่งแล้ว

วงจรภาคจ่ายไฟ ออกแบบให้ใหญ่และวัดอิมพีแดนซ์ให้เหมาะสมก็เพื่อที่จะสามารถรองรับการทำงานได้ทั้งแบบ Home Theatre และ Audiophile ได้เป็นอย่างดี จากรูปที่ 5 ไดโอดบริดจ์ที่ทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟ AC 36V-0-36V ให้เป็น DC +/- 50V ผู้เขียนเลือกใช้ไดโอดบริดจ์จาก IR รุ่น 30A และตัวเก็บประจุฟิลเตอร์จาก Nippon Chemicon รุ่น  Pioneer Audio (รุ่นพิเศษสั่งทำให้กับแอมป์รุ่นใหญ่ของ Pioneer ค่ารวม 88,000 uF !!!) และไบแค็ปด้วยตัวเก็บประจุค่า 0.1 ไมโครฟารัด จาก Wima

 

29.JPG (386547 bytes)

 

รูปที่ 4 แสดงแผ่นปริ๊นท์ภาคเพาเวอร์แอมป์

พร้อมตำแหน่งการลงอุปกรณ์

 

   

 

รูปที่ 5 แสดงภาคจ่ายไฟที่ใช้ตัวเก็บประจุขนาด 88,000 uF จาก Nippon Chemicon

 

การปรับแต่ง หลังจากใส่อุปกรณ์ให้ตรงตามตัวอย่างแล้ว ให้ปรับตัวต้านทานเกือกม้า VR1 ค่า 1กิโลโอห์มไว้ซ้ายสุด ในขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องต่อทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุตก่อน สังเกตกลิ่นไหม้ และการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์แต่ละตัว หากการทำงานปกติดี ให้ต่อต่อทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุตเข้าสู่วงจรจาก นั้นใช้มัลติมิเตอร์ตั้งย่านวัดไว้ที่ แรงดันไฟ DC วัดแรงดันตกคร่อม RE คือ R36 หรือ R37 ของทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุต ค่า 0.22 โอห์มต้องวัดค่าได้ไม่เกิน 0.022 หากได้ค่าตามนี้ให้ต่อวงจรทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีเป็นอย่างต่ำ หลังจากทิ้งไว้10-15 นาที กลับมาปรับ VR1 ให้วัดแรงดันตก คร่อม RE ของทรานซิสเตอร์เพาเวอร์เอาต์พุตให้ได้ค่า 0.022V ค่านี้ก็คือ กระแสสงบ 100mA ที่ไหลในภาคเอาต์พุต ขณะที่ไม่มี ีสัญญาณอินพุตป้อนเข้ามา (สามารถอ่านรายละเอียดการปรับแต่งขั้นสูงได้จากหนังสือ CEW เล่มที่ 180)
 

เงื่อนไขความเป็นไปได้ข้อที่ 3 สามารถดัดแปลงใช้งานได้หลายหลาก สิ่งที่เพาเวอร์แอมป์ในระบบสเตอริโอตัวนี้สามารถดัดแปลงได้อย่างลงตัว มีอยุ่ 4 รูปแบบ คือ

1.ไลน์อินทีเกรตแอมป์ (ไลน์ไดรฟ์) 75 วัตต์ ทำได้โดยใช้โวลลุ่มค่า 20KA 2 ชั้น(แบบ ลอการิทึม) ต่อคั่นสัญญาณที่ ี่จะเข้าสู่เพาเวอร์แอมป์แบบ ข้อที่ 1 การต่อแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ปรีแอมป์

2.ไลน์บาลานซ์อินทีเกรตแอมป์ (ไลน์ไดรฟ์บาลานซ์) 75 วัตต์ทำได้โดยใช้โวลลุ่มค่า 20KA 4ชั้น (แบบ ลอการิทึม) ต่อคั่นสัญญาณที่จะเข้าสู่เพาเวอร์แอมป์แบบ ข้อที่ 2 โดยต่อให้โวลลุ่มส่วนหน้าเป็นสัญญาณแบบไม่กลับเฟส และ โวลลุ่มส่วน หลังเป็นสัญญาณแบบกลับเฟส การต่อแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้  ปรีแอมป์

3.เพาวเอร์แอมป์แบบอันบาลานซ์ (การต่อแบบ RCA) 75 วัตต์ ทำได้โดยการบัดกรีขั้วอินพุต (–) และ (G) เข้าหากัน เพื่อเป็นกราวนด์ และให้จุด (+) เป็นอินพุตที่ส่งมาจากเอาต์พุตของปรีแอมป์

4.เพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์ (การต่อแบบ XLR) 75 วัตต์  ทำได้โดยต่อขั้วอินพุตทั้ง  3 เข้ากับปรีแอมป์แบบบาลานซ์ ให้ตรงตามรูปแบบการต่อเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์มาตรฐานทั่วไป โดยที่ (+) เป็นอินพุตแบบไม่กลับเฟส (-) เป็นอินพุตแบบ กลับเฟส และ (G) เป็นกราวนด์
 

เงื่อนไขความเป็นไปได้ข้อที่ 4 คุณภาพทัดเทียมสินค้านำเข้า ส่วนนี้จำเป็นต้องอาศัยการทดลองฟังจากผู้ฟังหลายๆ ท่านที่นิยมชมชอบการฟังเพลง และชมภาพยนตร์ รวมไปจนถึงนักดนตรี มาช่วยผู้เขียนวิเคราะห์ร่วมขณะทำการสร้าง สรุปได้ว่า การใช้งานเบื้องต้นถูกออกแบบให้ใช้สำหรับลำโพงที่ไม่ต้องการกำลังขับมากนัก คือ ไม่น้อยกว่า 89dB (ลำโพงทั่วๆ ไปที่ใช้อยู่ใน บ้านก็ประมาณนี้) แต่ต้องการคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมแบบไฮเอนด์ ระยะเวลาที่ใช้ในการเบิร์นอิน ก็ต้องไม่ต่ำกว่า 72 ชั่วโมง ภายใต้การทำงานแบบฟูลเพาเวอร์ (เปิดโวลลุ่มสูงสุด) ร่วมกับโหลดเทียม 8 โอห์ม150 วัตต์ เพื่อวิเคราะห์ผลข้างเคียงจากการใช้ งาน ไม่ประสปปัญหาใดๆ (หาได้ยากมาก) หลังจากนั้นได้ทดสอบระบบป้องกันทรานซิสเตอร์เพาเวอร์พังจากการช็อตกันระหว่าง ขั้วบวกและลบของสายลำโพง โดยทำการลัดวงจรเป็นเวลา 15 นาทีวงจรป้องกันก็สามารถทำงานได้อย่างดีเยี่ยมทรานซิสเตอร์ ์เพาเวอร์เอาต์พุตยังคงอยู่ในสภาวะสงบ ไม่พังลงแต่ประการใด

หลังจากที่ทำการเบิร์นอินเชิงวิศวกรรมแล้ว ขั้นต่อไปเป็นการทดสอบแบบนักฟังมืออาชีพ เริ่มตั้งแต่การทดสอบในสภาวะ อินทีเกรตแอมป์ 75 วัตต์ / ข้าง การทดสอบในสภาวะอินทีเกรตคงจะทดสอบได้เพียงแต่แบบอันบาลานซ์เท่านั้น เนื่องจากD/A BEL CANTO DAC1รุ่นที่ผู้เขียนใช้อยู ่มีเอาต์พุตเฉพาะแบบอันบาลานซ์เท่านั้นเครื่องมือ เครื่องใช้อื่นๆ ที่ผมนำมาทดลองร่วมก็จะเป็น ซิสเต็มที่หาได้ทั่วๆ ไป แต่อาจจะตกรุ่นไปบ้าง ซึ่งผู้เขียนก็ยังคงพอใจในคุณสมบัติบางอย่างของมัน 

 

1.เครื่องเล่น DVD SONY S7000

2.D/A BEL CANTO DAC1

3.สายนำสัญญาณ แบบ อันบาลานซ์ MONSTER 950I

4.อินทีเกรตแอมป์ CREEK 4330

5.อินทีเกรตแอมป์ ROTEL RA960BX

6.สายลำโพง KIMBER 8TC

7.ลำโพง MONITOR ONE GOLD

 

  

 

รูปที่ 6 แสดงการทดสอบใช้งานในรูปแบบอินทีเกรตแอมป์ (ต้นแบบอยู่ที่ชั้นกลาง)
 

อินทีเกรตแอมป์ที่ได้ชื่อว่า คุ้มค่าคุ้มราคา ถ้าเทียบกับความสดใสของน้ำเสียง และเบสที่ลงลึกมาก คงต้องยกให้อินทีเกรตแอมป์ตัวเล็กจากค่าย CREEK ผู้เขียนได้ลองวิเคราะห์วงจรดูก็พบว่าเป็นวงจรแบบ ไลน์ไดรฟ์ ที่มีภาคเอาต์พุตเป็นแบบ มอสเฟ็ตควอซี่คอมพลีเมนทารี่ เบอร์เดียว การที่จะทำให้โครงงานของผู้เขียนเบสลงลึกได้ใกล้เคียง จำเป็นต้องลดความเครียดในทรานซิสเตอร์ภาคขับแรงดันลงส่วนหนึ่ง (ลดกระแส) แต่ไม่ได้แตะต้องภาคเอาต์พุตแต่ประการใด อันดับ 2 ความสดใสของน้ำเสียงจำเป็นต้อง เปลี่ยนตัวเก็บประจุ Cbc ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมอัตราการตอบสนองความถี่ ในทรานซิสเตอร์ภาคขับแรงดัน จากเดิมที่ใช้ตัวเก็บประจุแบบ Poly Strylene (ปัจจุบันใช้มาแทนแบบ Ceramic) เปลี่ยนเป็นแบบ Silver Mica ถึงแม้ว่าราคาจะแพงกว่าเป็น 10 เท่าก็น่าลอง เท่าที่ผู้เขียนสังเกตมา จะพบตัวเก็บประจุที่ว่านี้ได้ใน ปรีแอมป์ของ HOVLAND รุ่น HP100 ซึ่งก็ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองความถี่เช่นเดียวกัน หลังจากได้ตัวเก็บประจุที่ว่านี้มาแล้ว ผู้เขียนไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนโดยทันที ผลลัพธ์ เป็นไปดังคาดหมาย ทั้ง 2 สมการที่ตั้งโจทย์ไว้ผู้เขียนก็สามารถแก้ไขได้พอสังเขป ความสดใสดีขึ้นกว่าเดิมจนฟังได้ชัด เบสลงได้ลึกแต่คงได้ไม่เท่ากับ เครื่องอ้างอิง แต่ลักษณะเบสจะเป็นแบบ มีตัวโน้ตกระชับ ฟังง่าย สไตล์ทรานซิเตอร์

 

 

รูปที่ 7 แสดงตัวเก็บประจุแบบ Ceramic (ซ้าย) Poly Strylene (กลาง) และ ตัวเก็บประจุแบบ Silver Mica (ขวา)

 

หากเอ่ยถึงอินทีเกรตแอมป์ที่ให้เสียงร้องนิ่มนวล พริ้วไหวมีจังหวะ เสียงเอื้อนภายในลำคอ ถูกส่งออกมาอย่างมีพลัง เรียกว่ากลมกล่อมในด้านมวลเสียงร้อง แต่ผลิตความร้อนได้อย่างไม่เกรงใจผู้ฟัง คงต้องกล่าวถึง Roetel RA960BX เท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นอินทีเกรตแอมป์ที่ออกแบบให้ทำงานในคลาสส์เอบี แต่อุณหภูมิ ร้อนคล้ายๆ กับคลาสเอ จากการวิเคราะห์ คร่าวๆ พบว่า กระแสในทรานซิสเตอร์ภาคต้นไปจนถึงภาคขับแรงดัน ถูกออกแบบให้ทำงานไว้ที่คลาสส์เอเพียวๆ ร่วมกับการขนานเพาเวอร์ ์ทรานซิสเตอร์ 2คู่ ภายใต้ตัวถังขนาดพอประมาณ จึงร้อนได้อย่างไม่มีที่สงสัย ผู้เขียนจึงกลับมามองการออกแบบของผู้เขียน เสียใหม่ ว่าจะให้สดใสสไตล์ CREEK หรือ เสียงมีมวลแบบ ROTEL

ข้อโต้แย้งที่กล่าวมานี้ จึงได้ข้อสรุปว่า เราคงต้องเหยียบเรือ 2 แคม แต่เน้นไปทาง CREEK กว่า 60% แต่ยังคงมวลเสียง ร้องที่อวบอิ่มสไตล์ ROTEL ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งด้วยตัวเก็บฟิลเตอร์ที่มีให้อย่างมหาศาลกว่า 88,000 uF เรียกว่าอินทีเกรต แอมป์ระดับ 75 วัตต์ด้วยกันยังประหยัดกว่านี้ (การทดลองทำเครื่องเสียงเล่นเอง แบบไฮเอนด์บางครั้งอาจจะเจอปัญหางบบาน ปลาย โครงงานนี้ก็เช่นเดียวกัน)

หลังจากที่ทำการทดสอบในสภาวะอินทีเกรตแล้วต่อมาจะเป็นการทดสอบในรูปแบบเพาเวอร์แอมป์ 75 วัตต์ / ข้าง เครื่อง มือเครื่องใช้ที่ผู้เขียนนำมาทดสอบจะต่างกับ ชุดแรกเล็กน้อย 

 

1.เครื่องเล่น DVD SONY S7000

2.D/A BEL CANTO DAC1

3.สายนำสัญญาณแบบอันบาลานซ์ MONSTER 950I

4.สายนำสัญญาณแบบบาลานซ์ จาก แกรนด์ออดิโอ

5.ปรีแอมป์ ฟูลลี่บาลานซ์ Pass Labs Aleph 1.7 Clone

6.สายลำโพง KIMBER 8TC

6.ลำโพง MODAUNT SHORT MS5.40  

 

การที่จะทดสอบการทำงานของเพาเวอร์แอมป์นั้น สิ่งที่เราต้องมองข้ามมีอยู่เพียงไม่กี่ประการ เช่น อย่ามองยี่ห้อ ,อย่ามอง ราคา ,ไม่ต้องสนว่าอยู่ใน Stereo Phile คลาสส์ใด ,ไม่จำเป็นต้องทราบว่าเป็นหลอด มอสเฟ็ต หรือ ทรานซิสเตอร์ เท่านี้การทดสอบ ก็สามารถทำได้โดยสะดวกโยธิน โดยไม่มีอคติแล้ว 

 

การทดสอบในรูปแบบเพาเวอร์แอมป์ ผู้เขียนจะไม่กล่าวถึงการสร้างบุคลิกของเสียงแบบอินทีเกรตแอมป์ แต่จะกล่าวถึง ความสามารถในการตอบสนองสัญญาณจากปรีแอมป์ได้มากน้อยเพียงใด โดยภาพรวมแล้วปรีแอมป์ ฟูลลี่บาลานซ์ Pass Labs Aleph 1.7 Clone (สร้างตามเว็บไซต์ ของไต้หวัน) จะมีเสียงสไตล์ คมชัดด้านเสียงร้อง และมีเวทีเสียงที่กว้าง แบบฉบับคลาสส์เอ แต่ไม่มีสากเสี้ยนของน้ำเสียงให้ได้ยินเด็ดขาด หนึ่งในความสามารถนี้ต้องขอบคุณ Nelson Pass ที่ได้ออกแบบโวลลุ่มไว้ควบคุม เสียงที่ภาคสุดท้ายของวงจร ความเพี้ยนจึงน้อยมาก อัตราส่วน S/N ก็ทำได้ดีจนไร้ที่ติ (ออสซิลโลสโคปยังจับได้ยาก) คุณสมบัติที่ โดดเด่น ของปรีแอมป์ตัวนี้ก็คือ ไม่ว่าอินพุตจะเป็น บาลานซ์ หรือ อันบาลานซ์ เอาต์พุตจะถูกออกแบบให้เป็นบาลานซ์ตลอดเวลา จึงง่ายต่อการทดสอบ เพาเวอร์แอมป์ของผู้เขียน

 

 

รูปที่ 8 ปรีแอมป์ Pass Labs Aleph P1.7 Clone ชุด DIY High – End ที่อลังการที่สุดในไต้หวัน 

 

การทดสอบเริ่มจากระบบอันบาลานซ์ จุดดีจากเสียงร้องสดใสของการต่อแบบอินทีเกรตเห็นทีจะใช้ไม่ได้กับ การต่อแบบเพาเวอร์แอมป์เสียแล้ว เนื่องจาก ความโดดเด่นที่ฟังได้ชัดเจนคือ เสียงร้องที่มีมวล อวบอิ่ม การโหนเสียงของผู้ร้อง ทำได้ดีกว่าการต่อแบบเดิมมาก แต่ยังคงด้อยกว่าการต่อแบบอินทีเกรตที่ รวบรัดฉับไวน้อยกว่า พลังกระแทกของกระเดื่องกลอง มีความแข็งแรงฟังดูเร้าใจ สิ่งนี้ล่ะที่เหนือกว่าอินทีเกรตหลายเท่าตัว อาจจะเป็นเพราะต้องการแรงดันขับด้านอินพุตที่ค่อนข้างแรง พอประมาณ แต่บางครั้งอาจจะต้องแลกกับความสั่นไหวของสแนร์ที่สะอาดน้อยกว่า การต่อแบบอินทีเกรต ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอม รับได้ แต่สิ่งที่ไม่ประทับใจก็คือ เบสไม่สามารถลงได้ลึกอย่างใจหวัง ทั้งๆ ที่ออกแบบวงจรให้เป็นแบบออลไดเร็คคัปปลิ้ง แถมตัวเก็บประจุฟิลเตอร์ก็มากมายมหาศาล ผู้เขียนจึงเก็บคำถามนี้ และยกชุดเครื่องเสียงไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงการ เครื่องเสียงท่านหนึ่ง ได้ใจความมาว่า เป็นบุคลิกของปรีแอมป์ล้วนๆ ซึ่งการตอบสนองของเพาเวอร์แอมป์นั้นอยุ่ในเกณฑ์ดี – ดีมาก แต่ปรีแอมป์เป็นลักษณะคลาสส์เอ ที่ไม่โดดเด่นโจ่งแจ้ง ไปทางด้านใดด้านหนึ่ง เรียกว่า เนลสัน พาสส์ ไม่ใช่คนลำเอียง ได้ฟังดังนั้น ก็เลยถึงบางอ้อ เข้าใจว่าออกแบบแอมป์ผิดสเป็คเสียอีก สรุปได้ว่า เป็นเพาเวอร์แอมป์ที่ถ่ายทอดความสามารถของ ปรีแอมป์ได้ครบถ้วน ว่างั้นเถอะ แหมทำเอาตกอกตกใจ !!! 

 

การทดสอบที่หินที่สุด คือการทดสอบแบบบาลานซ์ ที่ต้องเรียกว่าหินก็เนื่องจาก ใน CEW เล่มที่ 180 ได้ยกย่องข้อดีของระบบบาลานซ์ไว้ซะมากมาย หากทำออกมาได้ดีก็คือเสมอตัว แต่หากด้อยกว่าแบบ อันบาลานซ์ (RCA) ก็คงจะเก็บคำถามนี้ไว้อีกนาน อาจจะเป็นเพราะมั่นใจว่าอย่างไรบาลานซ์ก็คงจะดีกว่า ด้วยทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ตัวแปรมันมีมากมาย ทั้งสายนำสัญญาณ สายลำโพง และลำโพง ดังนั้นเรื่องทฤษฎีก็คงต้องวางไว้นิ่งๆ สักระยะหนึ่ง สายนำสัญญาณแบบบาลานซ์ ต้องขอขอบคุณ ร้านแกรนด์ออดิโอ โดยคุณ ประทีป ตีรกานนท์ เบอร์โทรศัพท์ 06-315-6085 ที่เอื้อเฟื้อสายสัญญาณแบบบาลานซ์ ในการทดสอบมาเสียนาน กว่าจะได้ใช้ก็ฝุ่นจับ (หูไม่ถึง) 

 

ภายใต้สภาวะของห้องที่มีปริมาตรจำกัด Accessories ตกแต่งห้องไม่ยึดติดยี่ห้อ (สร้างเองเป็นส่วนใหญ่) จึงไม่สามารถ บ่งบอกได้ว่าการต่อเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์และอันบาลานซ์ต่างกันมากน้อยเพียงใด เว้นเสียแต่ว่าการต่อแบบบาลานซ์ ให้ระดับเสียงที่ดังกว่า เมื่อเทียบกับตำแหน่งของการปรับโวลลุ่มของปรีที่ตำแหน่งเดียวกัน และสัญญาณนอยส์เล็กๆ ที่เคยมีหาย ไปหมดไม่ได้ยินจากลำโพงอีกเลย นอกเหนือจากนั้นผู้เขียนฟังไม่ออกเลยครับ โดดเด่นกว่ากันเพียงแค่รู้สึกว่าเสียงร้องเดินหน้า ออกมาเล็กน้อย  น้อยมากจริงๆ ฟังกลับไปกลับมาหลายๆ ครั้ง กลับเป็นว่าเสียงร้องออกมาเท่าๆ กันเสียอีก จึงไม่มีข้อสรุปใดๆ เพิ่มเติม ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้อ่านที่รักการทดลองขั้นสูง ที่จะทำการวิเคราะห์ความแตกต่างอันนี้ต่อจากผู้เขียน วัสดุอุปกรณ์หาซื้อได้ไม่ยากครับ ตามรายการต่อไปนี้

 

รายการอุปกรณ์เพาเวอร์แอมป์บาลานซ์แบบปราศจากไอซี 75 วัตต์ (แสดงเพียง 1 ข้าง อีกข้างเหมือนกันทุกประการ)

ตัวต้านทาน ค่าผิดพลาด +/- 1% (ขนาดตามที่ระบุ)

R1, R2, R28 – 1K ¼ วัตต์                                                                  3 ตัว

R3, R4 – 100K ¼ วัตต์                                                                      2 ตัว

R5/1, R22/1– 50K ¼ วัตต์                                                                 2 ตัว

R5/2, R22/2 – 2.2K ¼ วัตต์                                                               2 ตัว

R7, R8, R17, R18, R24, R25, R31, R32 – 82.5 ¼ วัตต์                    8 ตัว

R11, R12 - 221 ¼ วัตต์                                                                      2 ตัว

R13, R14, R15, R16 - 681 ¼ วัตต์                                                     4 ตัว

R19 –10K ¼ วัตต์                                                                              1 ตัว

R20, R21 - 2.2K ¼ วัตต์                                                                    2 ตัว

R23 – 147K ¼ วัตต์                                                                          1 ตัว

R26, R27, R34, R35 - 10 ¼ วัตต์                                                       4 ตัว

R29 - 2K ¼ วัตต์                                                                                1 ตัว

R30, R40, R41 - 562 ¼ วัตต์                                                             4 ตัว

R33 - 221 ¼ วัตต์                                                                               1 ตัว

R9, R10 – 33.2K ½ วัตต์                                                                   2 ตัว

R6 – 2.2 3 วัตต์                                                                                  1 ตัว

R36, R37 – 0.22 (กระเบื้อง) 3 วัตต์                                                   2 ตัว

R38 - 10 3 วัตต์                                                                                  1 ตัว

R39 - 2.2 3 วัตต์                                                                                 1 ตัว

VR1 – 1K ½ วัตต์                                                                              1 ตัว

 

ตัวเก็บประจุ

C1, C2 – 180pF / 100V โพลีสไตรลีน                                                   2 ตัว

C7/1, C7/2, C8/1, C8/2 – 100pF / 100V โพลีสไตรลีน                          4 ตัว

C11 –10pF / 100V โพลีสไตรลีน                                                           1 ตัว

C5, C9,  C12, C13 – 0.1uF / 63V โพลีคาร์บอเนต                                 4 ตัว

C14, C15 – 0.33uF /100V โพลีคาร์บอเนต                                            2 ตัว

C3 – 100uF / 25V อิเล็กทรอไลท์                                                           1 ตัว

C4 – 470uF / 35V อิเล็กทรอไลท์                                                           1 ตัว

C6, C9 – 100uF / 100V อิเล็กทรอท์                                                       2 ตัว

 

ทรานซิสเตอร์

Q1, Q2 – 2SA1240 (Dual Match)                                                         1 ตัว

Q5, Q6 – 2SC3067 (Dual Match)                                                          1 ตัว

Q3- MPSA06                                                                                         1 ตัว

Q4- MPSA56                                                                                         1 ตัว

Q7, Q10, Q13 – 2N5401                                                                        3 ตัว

Q8, Q9, Q12 – 2N5551                                                                          3 ตัว

Q11 – BC546B                                                                                       1 ตัว

Q14 – MJE15030                                                                                   1 ตัว

Q15 – MJE15031                                                                                   1 ตัว

Q16 – MJ15024                                                                                      1 ตัว

Q17 – MJ15025                                                                                      1 ตัว

 

ขดลวด

L1 ลวดเบอร์ 18 พันรอบดินสอ  14 รอบ                                                1 ตัว

 

ไดโอด

D1, D2, D3, D4, D5, D6, D7, D8, D9, D10, D11, D12, D13, D14  - 1N916A    14 ตัว

D15, D16 – 1N4002                                                                                2 ตัว

 

แผ่นปริ๊นท์

วงจรเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์ปราศจากไอซี                                 1 แผ่น

 

อื่นๆ  (ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณโครงงาน)

ตัวต้านทาน ค่าผิดพลาด +/- 1% (ขนาดตามที่ระบุ)

100K ½ วัตต์                                                                                     2 ตัว

 

ตัวเก็บประจุ

0.1 uF / 100V โพลีคาร์บอเนต                                                                2 ตัว

22,000 uF / 56V      อิเล็กทรอไลท์                                                        4 ตัว

 

ไดโอด

บริดจ์ เรกติฟาย 30 A                                                                             1 ตัว

 

หม้อแปลง

แกนอีไอ หรือ เทอรอยด์ 220V : 36V - 0 - 36V 5A                              1 ตัว

 

ฮี้ทซิงค์

สูง 4.5 นิ้ว แนวตั้ง                                                                                    1 ตัว

 

แผ่นปริ๊นท์

                วงจรภาคจ่ายไฟ +/-                                                                                1 แผ่น

 

พิเศษ

แผ่นปริ๊นท์วงจรต้นแบบ ชนิดอีพ็อกซี่ สกรีนรูปการลงอุปกรณ์ด้านบน (รูปที่ 4 จากส่วนก่อนหน้า) มีจำหน่ายราคาแผ่นละ 150 บาท สั่งซื้อ 2 แผ่นขึ้นไป แถมฟรี แผ่นปริ๊นท์ภาคจ่ายไฟ (รูปที่ 2 จากส่วนก่อนหน้า) ชนิดอีพ็อกซี่ สกรีนรูปการลงอุปกรณ์ ์ด้านบน 1 แผ่นทันที (ของมีจำนวนจำกัด) 

 

ชุดคิตสเตอริโออุปกรณ์ครบทุกอย่าง ยกเว้นกล่องและภาคจ่ายไฟ คู่ละ                               2,000 บาท

แผ่นปริ๊นท์สเตอริโอลงอุปกรณ์ครบทุกอย่าง ยกเว้นกล่องและภาคจ่ายไฟ คู่ละ                   2,500 บาท

ชุดประกอบสำเร็จ 1 เครื่อง พร้อมใช้งาน เครื่องละ                                                                   8,000 บาท

 

 

จัดทำโดย AHT GROUP อพาร์ตเมนท์แห่งเทคโนโลยี SMEs
เลขที่ 103/17 แฟลต 4 ดินแดง ถ.ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม.10400
 
MOBILE : 09-152-8700 ติดต่อทีมงาน AHT

AHTWEB@HOTMAIL.COM
WWW.AHT.8M.NET

วงเงินที่ท่านจับจ่าย ท่านจะได้ทั้งความรู้และทักษะ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ DIY HIGH-END